สารเป็นพิษ

posted on 03 Apr 2011 20:05 by kolwat
 สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลและความสำคัญอย่างมากต่อการดำรงชีวิตของคนและสัตว์ทั้งหลาย  เพราะสภาวะแวดล้อมที่เป็นอยู่รอบ ๆ ตัวเราเป็นธรรมชาติที่จุนเจือเอื้ออำนวยและบันดาลให้เกิดสรรพสิ่งมีชีวิตบนพื้นพิภพนี้  ธรรมชาติดังกล่าว  ได้แก่  ดิน  อากาศ  แสงแดด  น้ำ  ธาตุ  พืชพันธุ์ธัญญาหาร และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ดังนั้น  คุณภาพของชีวิตเป็นปกติสุขสมบูรณ์ได้ย่อมขึ้นกับสภาวะแวดล้อมที่มีคุณภาพเหมาะสมอย่างแท้จริงเสมอ  นับตั้งแต่อดีตตราบจนปัจจุบัน  เรื่องเกี่ยวกับสารเป็นพิษนั้นไม่ค่อยมีผู้ให้ความสนใจ ยกเว้นเมื่อมีเหตุวิบัติพร้อมเจ็บป่วยพิการล้มตาย  เนื่องจากสารพิษขึ้นเป็นครั้งคราว   หลังจากนั้นทุกอย่างก็ค่อย ๆ   เลือนหายไปจากความทรงจำ

สารเป็นพิษเป็นสารที่ร่างกายได้รับแล้วเกิดความผิดปกติทันที หรือสารที่สะสมไว้จำนวนหนึ่งในจำนวนที่มากเกินพอ  ทำให้เกิดอันตรายทำลายชีวิต 

การเข้าสู่ร่างกายของสารพิษ  

สารพิษเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทาง คือ 
        1.  ทางจมูก  ด้วยการสูดดมไอของสาร  ผลคือละอองของสารพิษปะปนเข้าไปกับลมหายใจ  สารพิษบางชนิดจะมีฤทธิ์กัดกร่อน  ทำให้เยื่อจมูกและหลอดลมอักเสบหรือซึมผ่านเนื้อเยื่อเข้าสู่กระแสโลหิตทำให้โลหิตเป็นพิษ 
        2.  ทางปาก  อาจจะเข้าปากโดยความสะเพร่า  เช่น  ใช้มือที่เปื้อนสารพิษหยิบอาหารเข้าปากหรือกินผักผลไม้ที่มีสารพิษตกค้างอยู่ หรืออาจจะจงใจกินสารพิษบางชนิดเพื่อฆ่าตัวตาย  เป็นต้น 
        3.  ทางผิวหนัง  เกิดอาการสัมผัสหรือจับต้องสารพิษ  สารพิษบางชนิดสามารถซึมผ่านทางผิวหนังได้เพราะเข้าไปทำปฏิกิริยาเกิดเป็นพิษแก่ร่างกาย

สารพิษเมื่อเข้าสู่ร่างกายทางใดก็ตาม  เมื่อมีความเข้มข้นพอจะมีปฏิกิริยา ณ จุดสัมผัสและซึมเข้าสู่กระแสโลหิต  ซึ่งจะพาสารพิษไปทั่วร่างกายความสามารถในการสู่กระแสโลหิตนั้นขึ้นอยู่กับคุณสมบัติการละลายของสารพิษนั้น  สารพิษบางชนิดอาจถูกร่างกายทำลายได้  บางชนิดอาจถูกขับถ่ายออกทางไต  ซึ่งจะมีผลกระทบต่อทางเดินปัสสวะและกระเพาะปัสสวะบางชนิดอาจถูกสะสมไว้  เช่น  ที่ตับ  ไขมัน  เป็นต้น

 

 

ประเภทของสารเป็นพิษ

   1.  สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ สารพิษประเภทนี้แบ่งได้เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้ 
           1.1  ยาฆ่าแมลง  คือสารเคมีที่ใช้ในการป้องกันและกำจัดแมลงและหนอนที่เป็นศัตรูพืช  สัตว์และมนุษย์  มีทั้งที่อยู่ในรูปสารประกอบอินทรีย์  ซึ่งอาจเกิดขึ้นเองในธรรมชาติหรือสังเคราะห์ขึ้น  ยาฆ่าแมลงที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่ม คือ 
               1.1.1  กลุ่มออแกโนคลอรีน  ได้แก่  ดีดีที  อัลดริน  ดีลดริน  เมื่อได้เป็นจำนวนมาก  จะทำให้เกิดอาการหน้ามืด  เวียนศีรษะ  ท้องร่วง  อาจเกิดหัวใจวายและตายได้  แต่ถ้าได้รับ  ในปริมาณน้อย ๆ ค่อย ๆ สะสมในร่างกายจะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งเนื้องอกได้ 
               1.1.2  กลุ่มออแกโนฟอสเฟต  ได้แก่  พาโรไธออน  มาลาไธออน  ถ้าได้รับปริมาณมากจะทำให้หมดสติ  น้ำลายฟูมปาก  อุจจาระ  ปัสสวะร่วง  กล้ามเนื้อกระตุก และหยุดหายใจ 
               1.1.3  กลุ่มคาร์มาเมต  ได้แก่  คาร์บอริล  ไบกอน  สารพิษกลุ่มนี้  จะมีพิษสูงต่อผึ้งและปลา 
                1.1.4  กลุ่มไพรีทรอย  ได้แก่  แอมบุช  เดซิล  สารพิษกลุ่มนี้มีพิษต่อมนุษย์และสัตว์เลือดอุ่นค่อนข้างน้อย 
       2.  สารเคมีปราบวัชพืช เป็นสารเคมีทำใช้ในการป้องกันและกำจัดวัชพืชปัจจุบันสารเคมี ปราบวัชพืชมีจำหน่ายอยู่มากกว่า 150 ชนิด  หลายสูตรและมีประสิทธิภาพ  ตกค้างอยู่ในดินในสภาวะที่เหมาะสมได้เป็นเวลานาน  สารพวกนี้  ได้แก่  พาราควอต  คาราฟอน  อะตราชีน 
       3.  สารเคมีป้องกันและกำจัดเชื้อรา เป็นสารที่ใช้ป้องกันกำจัดเชื้อราที่พืชพันธุ์ธัญญาหารเมล็ด  พืชผัก  ผลไม้ตลอดจนเชื้อรา  ที่ขึ้นอยู่ตามผิวดินสารประเภทนี้มีมากกว่า 250 ชนิด  ได้แก่  คอปเปอร์ซัลเฟต  แอนทราโคล  โลนาโคล  แมนเซทดี 
       4.  สารเคมีปราบสัตว์แทะ เป็นสารเคมีที่ใช้ในการกำจัดหนู และสัตว์บางชนิด  มีพิษร้ายแรงมากทำให้คลื่นไส้  อาเจียน  ปวดท้อง  ท้องเดิน  วิงเวียนศีรษะ  กระสับกระส่าย  ได้แก่  ซิงค์  ฟอลไฟด์  วาฟาริน

อันตรายจากการใช้สารเป็นพิษ 

 

การใช้สารพิษอย่างไม่ถูกต้องมีอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมนี้ 
        1.  ทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้โดยตรง ได้แก่ 
            เกษตรกรผู้ประกอบอาชีพในโรงงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารพิษและประชาชนทั่ว ๆ ไป  ทั้งนี้เนื่องมาจากขาดความรู้เข้าใจในการใช้และป้องกันอันตรายจากสารพิษอย่างถูกต้อง  จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุ  เช่น  สารพิษที่ใช้อาจถูกร่างกายของผู้ใช้หรือหายใจเอาก๊าซพิษที่รั่วสู่บรรยากาศเข้าไปทำให้เกิดอันตรายหรือเจ็บป่วยถึงชีวิตได้ในทันที หรือสะสมสารพิษในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้สุขภาพทรุดโทรม  เกิดโรคภัยร้ายแรงขึ้นได้ภายหลัง 
        2.  ทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและสุขภาพอนามัยของประชาชน และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับแหล่งที่มีการใช้สารพิษ 
           ทั้งนี้เนื่องจากสารพิษที่ใช้หรือที่เกิดจากกระบวนการผลิตถูกปลดปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ในปริมาณสูงจนอาจเกิดอันตรายต่อผู้ที่อยู่อาศัยบริเวณรอบ ๆ  ซึ่งต้องรับสารพิษเข้าไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 
       3.  ทำให้สภาวะสมดุลตามธรรมชาติเสียไป เนื่องจากศัตรูธรรมชาติ เช่น ตัวห้ำ  ตัวเบียฬ 
            ที่มีประโยชน์ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช  ศัตรูมนุษย์และสัตว์ถูกสารพิษทำลายหมด ไป  แต่ขณะเดียวกันศัตรูที่เป็นปัญหา  โดยเฉพาะพวกแมลงศัตรูพืชสามารถสร้างความ ต้านทานสารพิษขึ้นได้ทำให้เกิดปัญหาการระบาดเพิ่มมากขึ้น หรือศัตรูพืชที่ไม่ค่อย 
        ระบาด  ก็เกิดระบาดขึ้นมาเป็นปัญหาในการป้องกันกำจัดมากขึ้น 
       4.  ทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของนก  ปลา  สัตว์ป่าชนิดต่าง ๆ  แมลงที่มีประโยชน์ เช่น  ผึ้ง  พบว่ามีปริมาณลดน้อยลงจนบางชนิดเกือบสูญพันธุ์  ทั้งนี้เนื่องจากถูกทำลายโดยทางพิษที่ได้รับเข้าไปทันที หรือสารพิษที่สะสมในร่างกายของสัตว์เหล่านั้น  มีผลให้เกิดความล้มเหลวในการแพร่ขยายพันธุ์ 
        5.  ทำให้เกิดอันตรายแก่สิ่งมีชีวิต และมนุษย์ในระยะยาว เนื่องจากการได้รับสารพิษซึ่งกระจายตกค้างอยู่ในอาหารและสิ่งแวดล้อม  เข้าไปสะสมไว้ในร่างกายทีละน้อยจนทำให้ระบบ และวงจรการทำงานของร่างกายผิดปกติ  เป็นเหตุให้เกิดโรคอันตรายขึ้นหรือบางครั้งอาจทำให้เกิดการกลายพันธุ์หรือเกิดความผิดปกติในรุ่นลูกหลานขึ้นได้ 
        6.  ทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจขึ้นกับประเทศชาติ เนื่องจากการเจ็บไข้ได้ป่วยของประชาชนทำให้ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ และยังต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลอีกด้วย  นอกจากนี้ยังมีปัญหาไม่สามารถส่งอาหารผลิตผลและผลิตภัณฑ์การเกษตรออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้  เนื่องจากมีสารพิษตกค้างอยู่ในปริมาณสูง  เกินปริมาณที่กำหนดไว้ทำให้สามารถที่จะนำมาพัฒนาประเทศ 
        7.  ทำให้เกิดความเสียหายต่อคุณภาพของสิ่งแวดล้อมที่ดี ปริมาณสารพิษที่ถูกปล่อยและตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อม  เช่น  สารพิษโลหะหนักในแหล่งน้ำ หรือก๊าซพิษที่ผสมอยู่ในชั้นบรรยากาศทำให้  คุณภาพของสิ่งแวดล้อมเสียหายไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต

วิธีการป้องกันสารเป็นพิษ 

 

        1.  พยายามหลีกเลี่ยงการใช้สารเป็นพิษเพื่อกิจกรรมต่าง ๆ 
        2.  ควรศึกษาให้เข้าใจถึงอันตรายและวิธีการใช้สารเคมีแต่ละชนิด 
        3.  ใช้เครื่องมือ  อุปกรณ์  เพื่อการป้องกันอันตรายขณะที่มีการทำงานหรือเกี่ยวข้องกับสารเคมี 
        4.  ควรมีการตรวจสุขภาพ  สำหรับผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสารเคมีอย่างน้อยปีละครั้ง 
        5.  หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้บริเวณที่มีการใช้สารเคมีเพื่อป้องกันสารเป็นพิษเข้าสู่ร่างกายทางปาก  จมูก และผิวหนัง 
        6.  เมื่อมีการใช้สารเคมี  ควรอ่านฉลากกำกับโดยตลอดให้เข้าใจก่อนใช้ และต้องปฏิบัติตามคำเตือนและข้อควรระวังโดยเคร่งครัด 
        7.  อย่าล้างภาชนะบรรจุสารเคมีหรืออุปกรณ์เครื่องพ่นยาลงไปในแม่น้ำ  ลำธาร  บ่อ  คลอง  ฯลฯ 
        8.  ภาชนะบรรจุสารเคมีเมื่อใช้หมดแล้วให้ทำลายและฝังดินเสีย 
        9.  ให้ความร่วมมือกับทางราชการในการควบคุมตลอดจนการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ 


ที่มา : รวบรวมจาก หนังสือการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง 

     เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียง เช่น เครื่องรับวิทยุ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องขยายเสียง 

เครื่องรับวิทยุ 
     เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียง โดยเครื่องรับวิทยุอาศัยการรับคลื่นวิทยุจากสถานีส่ง แล้วใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขยายสัญญาณเสียงที่อยู่ในรูปของสัญญาณไฟฟ้าให้แรงขึ้นจนเพียงพอที่ทำให้ลำโพงเสียงสั่นสะเทือนเป็นเสียงให้เราได้ยิน ดังแผนผัง 

           
                            ภาพที่ 42 แผนผังการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียงของเครื่องรับวิทยุ 
          ที่มา : รัตนาภรณ์ อิทธิไพสิฐพันธุ์ และคณะ . สมุดเสริมความรู้ ทักษะปฏิบัติ และแบบทดสอบตามจุดประสงค์  วิทยาศาสตร์ ว 306 ชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 3 . 2543. หน้า 44. 
  
     สถานีวิทยุกระจายเสียงแต่ละสถานีจะส่งคลื่นวิทยุด้วยความถี่ที่แตกต่างกัน ซึ่งเราสามารถเลือกสถานีเพื่อรับฟังได้โดยหมุนปุ่มเลือกสถานี 
  
เครื่องบันทึกเสียง 
     เครื่องบันทึกเสียงเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียง โดยขณะบันทึกใช้การพูดผ่านไมโครโฟน ซึ่งจะเปลี่ยนเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้า แล้วบันทึกลงในแถบบันทึกเสียงซึ่งฉาบด้วยสารแม่เหล็กในรูปของสัญญาณแม่เหล็ก เมื่อนำแถบบันทึกเสียงที่บันทึกไว้มาเล่น สัญญาณแม่เหล็กจะถูกเปลี่ยนกลับไปเป็นสัญญาณไฟฟ้า และสัญญาณไฟฟ้าจะถูกขยายให้แรงขึ้นด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้า สัญญาณไฟฟ้าจะถูกส่งไปถึงลำโพง ทำให้ลำโพงสั่นสะเทือนกลับเป็นเสียงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ดังแผนผัง 

           
                                             การเปลี่ยนพลังงานของเครื่องบันทึกเสียงขณะบันทึก 

           
                                             การเปลี่ยนพลังงานของเครื่องบันทึกเสียงขณะเล่น 
                            ภาพที่ 43 แผนผังการเปลี่ยนพลังงานของเครื่องบันทึกเสียงขณะบันทึก - ขณะเล่น 
          ที่มา : รัตนาภรณ์ อิทธิไพสิฐพันธุ์ และคณะ . สมุดเสริมความรู้ ทักษะปฏิบัติ และแบบทดสอบตามจุดประสงค์  วิทยาศาสตร์ ว 306 ชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 3 . 2543. หน้า 45. 
  
เครื่องขยายเสียง 
     เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียง โดยการใช้ไมโครโฟนเปลี่ยนเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้า แล้วขยายสัญญาณไฟฟ้าให้แรงขึ้นด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จนทำให้ลำโพงสั่นสะเทือนเป็นเสียง 
     เครื่องขยายเสียงมีส่วนประกอบดังนี้ 
          • ไมโครโฟน เปลี่ยนพลังงานเสียงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า 
          • เครื่องขยายสัญญาณไฟฟ้า ขยายสัญญาณไฟฟ้าให้แรงขึ้น 
          • ลำโพง เปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นพลังงานเสียง 

     เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิด สามารถเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานอื่นๆ หลายรูปได้พร้อมกัน เช่น โทรทัศน์สามารถเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานแสง และพลังงานเสียงในเวลาเดียวกัน
ชื่อกิจกรรม "ทำความสะอาดวัด"
 
บทนำ
กิจกรรมการทำความสะอาดวัด ลานวัดและบริเวณโดยรอบ โดยส่วนใหญ่เป็นวัดพระสิงห์ นอกจากนี้ยังมีวัดป่าจี้ และวัดอุโบสถ เป็นการเก็บขยะและกวาดใบไม้รอบๆ บริเวณวัดเพื่อความสะอาด และเป็นที่น่าชื่นชมแก่นักท่องเที่ยวและผู้มาประกอบพิธีทางศาสนา

วัตถุประสงค์และเป้าหมาย
  1. อยากให้วัดมีความสะอาดมากขึ้นกว่าเดิม
  2. มีโอกาสทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ พัฒนาทักษะและเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่
  3. มีวัตถุประสงค์ที่จะทำให้ตระหนักถึงความสามารถของตนเอง
  4. บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ของสังคม เกิดจิตสาธารณะที่ยั่งยืนจากการปฏิบัติ

ทำกิจกรรมร่วมกับใคร และอย่างไร

เป็นการทำกิจกรรมทำงานเดี่ยว แยกได้เป็น 3 ประเภท คือ กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมปฏิบัติ และกิจกรรมบริการ ก่อนทำวัดดูสกปรกนักท่องเที่ยวไม่ค่อยมากนัก ระหว่างทำ วัดเริ่มดูดีขึ้น นักท่องเที่ยวค่อยๆ มีเยอะขึ้นตามลำดับ หลังทำ วัดดูสะอาดขึ้น นักท่องเที่ยวเยอะขึ้นมาก

ผลที่เกิดจากการทำงานที่คาดว่าจะได้รับ

  1. ทำความสะอาด ทำให้เกิดความสะอาด ไม่เกิดความรำคาญสายตาของผู้คน
  2. งานช่วยเหลือ ช่วยกำจัดความทุกข์ของคนอื่น และทำให้มีความสุขขึ้นมาแทน
  3. ทำเวบไซต์ คาดว่าจะได้รับความชำนาญและประสบการณ์ รวมทั้งเผยแพร่ประวัติของสถานที่

ปัญหาและอุปสรรค และแนวทางแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

  1. ไม่ค่อยมีเวลาในแต่ละวันมากนัก การแก้ปัญหาทำได้โดยการเพิ่มจำนวนวันที่จะทำให้มากขึ้น
  2. ลืมเอากล้องถ่ายรูปไปบันทึกภาพการทำงาน การแก้ปัญหาทำได้โดยให้ผู้ปกครอง เตือนก่อนออกจากบ้าน
  3. เพื่อนมาไม่พร้อมกัน แก้ไขปัญหาโดยการโทรศัพท์หาเวลาที่ทุกคนว่างพร้อมกัน

ค้นพบอะไรบ้างในตัวเอง และผู้อื่น

  1. วิธีการและขั้นตอนในการทำงาน
  2. ได้รู้ว่าสถานที่อยู่ตรงไหนและก็จะสามารถบอกคนอื่นได้
  3. ได้เรียนรู้เกี่ยวกับในการขอใช้พื้นที่ และรู้วิธีการขอใช้อุปกรณ์จากผู้อื่นได้
  4. เรียนรู้ว่าเพื่อนเรามีทักษะเพียงใด และมากน้อยแค่ไหน
  5. ได้ประสบการณ์ในการไปวัด

การพัฒนาศักยภาพ และเจตคติของตนเอง

  1. ก่อนทำไม่รู้ว่ากวาดพื้นอย่างไรให้สะอาด แต่หลังทำได้รู้ว่ากวาดอย่างไรให้สะอาด
  2. ได้พัฒนาเรื่องขอเข้าใช้สถานที่ในการเข้าไปทำความสะอาด
  3. พัฒนาเรื่องจิตใจที่ทำความดีและไม่หวังผลตอบแทน

ผู้ให้ความช่วยเหลือ

  1. คุณพ่อ ช่วยสอนวิธีการเขียนรายงานและให้สอนวิธีการหาและเตรียมข้อมูลต่างๆ
  2. พระอาจารย์ ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้สถานที่และอุปกรณ์ต่างๆ
  3. เวบไซต์ google เพื่อหาเส้นทางในการไปวัด

สรุปผลลัพธ์ของการทำกิจกรรม

  1. ได้ออกกำลังกาย
  2. ทำให้วัดสะอาด สบายตานักท่องเที่ยวและผู้พบเห็น ช่วยอนุรักษ์ศาสนสถาน มีคนอยากเข้าวัดมากขึ้น
  3. ได้รู้จักเพื่อนใหม่ และร่างกายแข็งแรง

ประโยชน์ที่ตนเองได้รับ

  1. ได้รับความสบายใจในการทำบุญ
  2. ได้ความภาคภูมิใจที่ได้บำเพ็ญประโยชน์ให้กับวัด

edit @ 27 Mar 2011 23:57:01 by KID_ZAA